เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

        จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการค้าและการลงทุน และที่สำคัญเพื่อการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN ECONOMIC COMMUNITY) จึงได้กำหนดให้ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น รวม 10 พื้นที่ ได้แก่ ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร สงขลา เชียงราย หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส โดยรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุน และส่งเสริมต่างๆ ทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การให้สิทธิและประโยชน์ ทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษี ตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (ONE STOP SERVICE: OSS) และมาตรการอำนวยความสะดวกอื่นๆ


ทำไมต้องลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ?

        เขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนเป็นพื้นที่ติดต่อกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านของไทย ได้แก่ ประเทศเมียนมา ที่จังหวัดตากและกาญจนบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จังหวัดเชียงราย มุกดาหาร หนองคาย และนครพนม ประเทศกัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้วและตราด และประเทศมาเลเซียที่จังหวัดสงขลาและนราธิวาส

        ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2553-2557) มูลค่าการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านข้างต้นทั้ง 4 ประเทศ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าเฉลี่ยต่อปีประมาณ 900,000 ล้านบาท และน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในสิ้นปี 2558 นี้ ปัจจุบันธุรกิจประเภทศูนย์กระจายสินค้าและอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เริ่มสนใจไปลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากสามารถเข้าถึงแรงงานจำนวนมากและสะดวกในการกระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งนำเข้าสินค้าต่างๆ วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนต่างๆ จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย

        ในอนาคตเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ย่อมจะมีการติดต่อทางธุรกิจและเชื่อมโยงในด้านวัตถุดิบ ห่วงโซ่อุปทานทางการผลิต (SUPPLY CHAIN) รวมถึงตลาดผู้บริโภคในประเทศที่เชื่อมต่อกับชายแดนของไทยมากขึ้น

        นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากจะได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรที่มากกว่าการประกอบธุรกิจ หรือการลงทุนในพื้นที่ทั่วไปแล้ว ยังจะได้รับประโยชน์จากการใช้แรงงานต่างด้าวที่จะสามารถเข้ามาทำงานในโครงการได้

        นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายและมาตรการสนับสนุนอื่นๆ เช่น การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นเพื่อรองรับการลงทุน การจัดหาพื้นที่ให้เช่า รวมถึงการตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จแบบบครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในที่เดียวกันที่เรียกว่า “ONE STOP SERVICE หรือ OSS”


ธุรกิจที่เหมาะกับการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

        ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เหมาะจะลงทุนในเขตเศรษฐกิจ ได้แก่ อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก (LABOR INTENSIVE) อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจการค้าชายแดนที่ต้องมีการตั้งคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าส่งไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจสนับสนุนการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจบริการที่หลากหลายเพื่อรองรับการขยายตัวชุมชนในบริเวณเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ


 

        ปัจจุบันเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วยพื้นที่ใน 10 จังหวัด ตามประกาศ กนพ.ที่ 1/2558 และ 2/2558 ดังนี้


เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 ตามประกาศ กนพ.ที่ 1/ 255


        1. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก

        2. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร

        3. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว

        4. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด

        5. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา


เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ตามประกาศ กนพ.ที่ 2/ 2558


        1. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย

        2. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย

        3. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนครพนม

        4. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรี

        5. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนราธิวาส