เขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม

วิสัยทัศน์

“เมืองน่าอยู่ ประตูเศรษฐกิจสู่อาเซียนและจีนตอนใต้ - ตะวันออก”


ความเป็นมา

        เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม จัดตั้งขึ้นโดยประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่ 2/2558 เรื่อง กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ข้อที่ 4 ซึ่งกำหนดให้ท้องที่ 13 ตำบล แบ่งเป็น อำเภอเมืองนครพนม 10 ตำบล ได้แก่ ตำบลกุรุคุ ตำบลท่าค้อ ตำบลนาทราย ตำบลนาราชควาย ตำบลในเมือง ตำบลบ้านผึ้ง ตำบลโพธิ์ตาก ตำบลหนองญาติ ตำบลหนองแสง ตำบลอาจสามารถ และ อำเภอท่าอุเทน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลโนนตาล ตำบลเวินพระบาท ตำบลรามราช เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม


สภาพทั่วไปจังหวัดนครพนม


เป้าประสงค์รวม

“เมืองแห่งความสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง ปลอดภัย

มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”


        จังหวัดนครพนม มีประชากรทั้งหมด จำนวน 715,399 คน มีเนื้อที่ประมาณ 5,512.7 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,445,414.32 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

        ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดนครพนม ปี 2557p ณ ราคาคงที่มีมูลค่า 22,756 ล้านบาท มีอัตราการเปลี่ยนแปลงระหว่างปี 2554 – 2557 ในอัตรา 6.14, 14.41, -2.37 และ 0.54 ตามลำดับ ภาคเกษตรมีมูลค่า 6,143 ล้านบาท นอกภาคการเกษตรมีมูลค่า 16,667 ล้านบาท รายได้ต่อหัวประชากรของจังหวัด เท่ากับ 67,847 บาท ลดลงจากปี 2556r (ซึ่งเท่ากับ 71,030 บาท) จัดอยู่ในลำดับที่ 6 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลำดับที่ 56 ของประเทศ



        โดยมีโครงสร้างมูลค่าการผลิตที่สำคัญ ดังนี้

        อันดับที่ 1 สาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์และการป่าไม้ มีมูลค่า 6,005 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 26.39 มีหมวดการเพาะปลูก เป็นกิจกรรมหลัก ได้แก่ ข้าว ยางพารา รองลงมา หมวดการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ การเลี้ยงโค สุกร เป็นสำคัญ

        อันดับที่ 2 สาขาการศึกษา มีมูลค่า 4,354 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 19.13

        อันดับที่ 3 สาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ ในครัวเรือน มีมูลค่า 2,149 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 9.44 โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การขายปลีกยานยนต์ การขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง (สถานีบริการน้ำมัน) และร้านขายปลีกต่างๆ

มูลค่าการค้าชายแดนจังหวัดนครพนม

        ในปี 2559 จังหวัดนครพนมได้เปรียบดุลการค้า 12,277.01 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.75 ของมูลค่าการค้ารวม ลดลงจากปี 2558 เท่ากับ 13,155.25 หรือลดลงร้อยละ 51.72 นอกจากนี้มูลค่าการค้ารวมช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2560 ยังมีมูลค่า 54,723.68 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มกราคม – สิงหาคม 2559 มีมูลค่า 67,293.51 ล้านบาท มูลค่าลดลง 12,569.83 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 18.67